MEGA We care Garlic Oil (100 Capsules)

https://punsuk.com/70-6033-thickbox_default/mega-we-care-garlic-oil-100-capsules.jpg ดูรูปขนาดจริง

เมก้า วีแคร์ น้ำมันกระเทียม (100 แคปซูล)

คนที่ป่วยเป็นภูมิแพ้บ่อย เป็นหวัดบ่อย ต้องกินกระเทียมเยอะๆ เพราะมีสาร “อัลลิซิน” ช่วยทำลายเชื้อโรค เสริมการทำงานของเม็ดเลือด ลดไขมันในเลือด ลดระดับความดันโลหิต ส่วนคนที่ไม่ชอบกลิ่นแรงๆ ของกระเทียมต้องบำรุงด้วย Garlic Oil (น้ำมันกระเทียม) วันละ 3-8 แคปซูลหลังอาหาร

รายละเอียดเพิ่มเติม

ราคาปันสุข 120 บาท

ราคาลดลง!

ประหยัด

-40 บาท

ราคาร้านขายยา 160 บาท


MEGA We care Garlic Oil (100 Capsules)

เมก้า วีแคร์ น้ำมันกระเทียม (100 แคปซูล)

 

การ์ลิค ออย (GARLIC OIL CAPSULE)

 

ส่วนประกอบที่สำคัญใน 1 แคปซูล 

 

  • น้ำมันกระเทียม 0.625 มิลลิกรัมเทียบเท่ากระเทียมสด 1,875 มิลลิกรัม

 

 

MEGA We care Garlic Oil

Q: Garlic Oil มีผลดีต่อหลอดเลือดหัวใจอย่างไร และขนาดรับประทานที่แนะนำต่อวันคือเท่าไหร่?
A: Garlic Oil จะช่วยลดระดับไขมันชนิดร้ายในเลือด คือ คอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งช่วยลดความความดันโลหิตสูง และยังช่วยลดภาวะเลือดเกาะตัวกันเป็นลิ่มได้ถึง 58% โดยปริมาณที่แนะนำให้รับประทานต่อวันคือประมาณ 2-5 มิลลิกรัม ค่ะ

Info Cr : megawecare.co.th

 

ส่วนประกอบที่สำคัญใน 1 แคปซูล :

  • น้ำมันกระเทียม 0.625 มก. เทียบเท่ากระเทียมสด 1,875 มก.

ขนาดรับประทาน : ครั้งละ 1-2 แคปซูล ก่อนหรือหลังอาหาร

ขนาดบรรจุ : 100 แคปซูล

คำเตือน :

  • อ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค
  • ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
 

ปัจจุบันทั่วโลกให้ความสนใจการรักษาแบบผสมผสาน หรือการแพทย์ทางเลือก ซึ่งมีหลายวิธีที่นำมาใช้กันอย่างกว้างขวาง หนึ่งในนั้น คือ การใช้สมุนไพรจากธรรมชาติมารักษา จากจารึกในอดีตพบว่า กระเทียม (Allium sativum) จัดเป็นพืชสมุนไพรเก่าแก่ถูกนำมาใช้เป็นยารักษาโรคของชาวจีน อียิปต์ บาบิโลน กรีก และโรมัน มานานกว่าสามพันปี
                    การค้นคว้าและวิจัยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับสาร สำคัญล้ำค่าของสมุนไพรใกล้ตัวอย่างกระเทียม ของนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกว่า 2,500 การทดลอง ทำให้เราทราบว่าธรรมชาติมีการผสมผสานสารสำคัญในกระเทียมไว้อย่างลงตัว อาทิเช่น
o   สารประกอบซัลเฟอร์อย่างน้อย 33 ชนิด ซึ่งรวมถึง อัลลิซิน (Allicin) และ   
S-allylmercaptocystein
o   กรดอะมิโนและไกลโคไซด์กว่า 17 ชนิด
o   เอ็นไซม์หลากหลายชนิด
o   เกลือแร่ โดยเฉพาะ เซเลเนียม (Selenium)
โดยสารสำคัญเหล่านี้ เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้กระเทียมมีคุณประโยชน์มากมายแก่ร่างกาย เป็นเสมือนยารักษาโรคเกี่ยวกับหัวใจ โดยช่วยลดระดับไขมันในกระแสเลือด เช่น ลดโคเลสเตอรอลชนิดรวม และ แอล ดี แอล โคเสลเตอรอล จึงเหมาะกับผู้ที่มีระดับไขมันโคเลสเตรอลในเลือดสูง มากกว่า 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร มีผลในการลดความดันโลหิตสูง ช่วยส่งเสริมให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน โดยกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการสร้างเม็ดเลือดขาวเพิ่มมากขึ้น และกระเทียมยังเปรียบเสมือนยาปฏิชีวนะ ใช้ในการรักษาโรคติดเชื้อต่างๆ โรคมะเร็ง และช่วยต้านสารอนุมูลอิสระในร่างกาย
 
·      กระเทียม......สร้างความสมดุลให้แก่หัวใจ
หัวใจ... เป็นอวัยวะที่ต้องทำงานตลอดชีวิต เพื่อสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย หากหัวใจของคุณมีปัญหาจนนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว เมื่อนั้น ความสมดุลในชีวิตของคุณจะหายไปทันที ดังนั้นจึงควรหาทางป้องกันโรคหัวใจตั้งแต่วันนี้ เช่น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์โดยเฉพาะสารอาหารจากธรรมชาติที่มีส่วนช่วยในการ ดูแลหัวใจ
 
·       การผสมผสานคุณประโยชน์ 3 ประการ ของกระเทียมที่ช่วยสร้างสมดุลให้แก่หัวใจ
 
ประการที่ 1 ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน เพราะปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหัวใจส่วนใหญ่ เนื่องมาจากการสะสมตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือดหัวใจ  ซึ่งกระเทียมมีส่วนช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในกระแสเลือด โดยไขมันชนิดนี้เป็นสาเหตุหลักของการเกิดการอุดตันของเส้นเลือด จากการวิจัยพบว่าสารประกอบซัลเฟอร์ในกระเทียม โดยเฉพาะอัลลิซิน สามารถลดปริมาณโคเลสเตอรอลรวม และ โคเลสเตอรอลชนิดร้าย (LDL-cholesterol) ได้ดี
                    สำหรับกรณีผู้ที่มีปัญหาระดับไขมันโคเลสเตอรอลสูงมากกว่า 200 มิลิกรัมต่อเดซิลิตร ควรเสริมด้วยสารสกัดโพลีโคซานอลควบคู่กับกระเทียม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดระดับไขมันโคเลสเตอรอลในเลือดให้ดียิ่งขึ้น
                    แต่กรณีผู้ที่มีปัญหาระดับไขมันโคเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์สูงทั้งคู่ ควรเสริมด้วยน้ำมันปลา(โอเมก้า-3) ควบคู่กับกระเทียม จะช่วยลดไขมันทั้งโคเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ได้อย่างดี รวมทั้ง
น้ำมันปลายังมีผลในเพิ่มระดับไขมันโคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL-cholesterol) ที่มีหน้าที่ในการพาไขมันโคเลสเตอรอลที่สะสมอุดตันตามผนังหลอดเลือดกลับไป ทำลายหรือเผาผลาญที่ตับ ดังนั้นหากสามารถเพิ่มระดับไขมันโคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL-cholesterol) เพียง 1 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร จะสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจได้ถึง 3-4%
 
                    ประการที่ 2  ลดสภาวะความดันโลหิตสูง โดย สามารถลดความดันโลหิตค่าบน (Systolic Blood Pressure) ได้ 7.7 มิลลิเมตรปรอท และลดความดันโลหิตค่าล่าง (Diastolic Blood Pressure) ได้ 5 มิลลิเมตรปรอท
 
                    ประการที่ 3  ลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือดได้ถึง 58%  เพราะการมีไขมันสะสมที่หลอดเลือดมากเกินไป จนก้อนไขมันเกิดการแตกตัว จะส่งผลกระตุ้นให้เกิดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด เพื่อมาปิดก้อนไขมันที่แตกออก ทำให้หลอดเลือดเกิดการอุดตัน ส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบบพลัน หรือสมองขาดเลือด จนเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาตได้
 
·      กระเทียม......สร้างสมดุล เสริมภูมิต้านทาน  ลดภูมิแพ้
                   มีหลายวิธีที่เราสามารถปฏิบัติเพื่อเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย รับประทานผักและผลไม้ เสริมวิตามิน เช่น วิตามิน ซี ควบคู่กับการเลือกใช้สมุนไพร เช่น กระเทียม เพื่อช่วยบรรเทาอาการภูมิแพ้ เสริมภูมิคุ้มกันได้....เนื่องจาก
                   1. กระเทียม (Garlic ) มีสารสำคัญ คือ อัลลิซิน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกายโดยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาว เช่น Macrophaqes และ T-lymphocyte เพิ่มขึ้น เมื่อร่างกายเรามีเม็ดเลือดขาวเพิ่มมากขึ้น จะส่งผลในการช่วยบรรเทา และลดอาการภูมิแพ้
                   2. ฤทธิ์ของกระเทียมที่เปรียบเสมือนยาปฏิชีวนะ ที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย  เชื้อไวรัส และเชื้อรา ดังนั้นกระเทียมจึงมีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดการเกิดภูมิแพ้ และอาการเรื้อรังทางระบบทางเดินหายใจ เช่น หวัด หอบหืด ไซนัส หูอักเสบ เป็นต้น
                   สำหรับกรณีที่เสริมด้วย วิตามินซีควบคู่กับกระเทียม พบว่าจะช่วยบรรเทาและลดความถี่ของโรคภูมิแพ้ เนื่องจากทั้งวิตามินซีและกระเทียมจะเสริมฤทธิ์กันในการกระตุ้นให้เกิดการ สร้างเม็ดเลือดขาวของร่างกาย ส่งเสริมให้ภูมิต้านทานของร่างกายดีขึ้นอย่างชัดเจน
 
·       น้ำมันกระเทียม ทางเลือกใหม่เพื่อสุขภาพ
                   ปัจจุบัน “น้ำมันกระเทียม” ในรูปแคปซูล กำลังเป็นที่นิยมมากในยุโรปและอเมริกา เพราะเป็นทางเลือกที่สะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการได้รับกระเทียมสด แต่มีความกังวลเรื่องกลิ่นของกระเทียมที่อาจทำให้เกิดกลิ่นปาก
 
·       หลักเกณฑ์ในการเลือกซื้อน้ำมันกระเทียมสกัด
1.             ควรเป็นผลิตภัณฑ์น้ำมันกระเทียมสกัดแบบแคปซูลนิ่ม เพราะมีผลในการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดี ออกฤทธิ์เร็วและไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร
2.             ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตภายใต้มาตรฐานยาระดับสากล (Pharmaceutical Grade) เพราะสามารถมั่นใจในคุณภาพ และความปลอดภัย ปราศจากผลข้างเคียงและสารเคมีตกค้างที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
3.             ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการคัดสรร และมีส่วนผสมของธรรมชาติ ไม่ใช้สีสังเคราะห์ วัตถุปรุงแต่งและวัตถุกันเสีย
 
·       ขนาดรับประทานที่เหมาะสมของน้ำมันกระเทียมสกัด
1.             เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย รับประทานวันละ 3 – 8 แคปซูล / วัน
2.             ระดับไขมันในเลือดสูง รับประทานวันละ 3 – 8 แคปซูล / วัน
3.             ระดับความดันโลหิตสูง รับประทานวันละ 3 – 8 แคปซูล / วัน
 
 
 
เอกสารอ้างอิง
1.             Dion M., Agler M. and Milner A. S-allyl cysteine inhibits nitrosomorpholine formation and bioactivation. Nutr Cancer, 1997; 28(1): 1-6.
2.             Kemper K. Garlic (Allium sativum). [online] available from http://www.mcp.edu/herbal/default.htm
3.             Tattelman E. Health effect of garlic.  American Family Physician. 2005, Vol. 72; No. 1. 103-6.
4.             AdAM j Adler and Bruce J Holub Effect of garlic and fish oil supplementation on serum lipid and lipoprotein concentrations in hypercholesterolemic men American Journal of Clinical Nutrition Vol. 65 (2) Page 445-50, Feb 1997

เขียนคำนิยม

MEGA We care Garlic Oil (100 Capsules)

MEGA We care Garlic Oil (100 Capsules)

เมก้า วีแคร์ น้ำมันกระเทียม (100 แคปซูล)

คนที่ป่วยเป็นภูมิแพ้บ่อย เป็นหวัดบ่อย ต้องกินกระเทียมเยอะๆ เพราะมีสาร “อัลลิซิน” ช่วยทำลายเชื้อโรค เสริมการทำงานของเม็ดเลือด ลดไขมันในเลือด ลดระดับความดันโลหิต ส่วนคนที่ไม่ชอบกลิ่นแรงๆ ของกระเทียมต้องบำรุงด้วย Garlic Oil (น้ำมันกระเทียม) วันละ 3-8 แคปซูลหลังอาหาร

เขียนคำนิยม

PayPal